วันเสาร์, พฤศจิกายน 15, 2551

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นบทแรกๆ ตอนที่เรียนวิชา Marketing เรียนไปก็เหมือนง่าย แค่บอกว่าลูกค้าของเรา เป็นผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก หรือแก่ เงินเดือนเท่าไหร และอื่นๆ ต่อจากนั้นก็มาวางแผน ทำวิจัยว่า กลุ่มเป้าหมายของเรามีพฤติกรรมอย่างไร ชอบเดินสยามหรือเปล่า หรือว่านั่ง starbuck ต้องดูว่าเค้าชอบใช้ Windows หรือ Mac และอะไรเป็นเหตุจูงใจให้เค้าชอบแบบนั้น เพื่อออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด อันนี้เริ่มยาก การออกแบบ interface ก็ต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเช่นกัน ผมลองแบ่งกลุ่มเป้าหมายง่ายๆ เป็น Home user กับ Pro user Home user ของผมหมายถึงคนที่ไม่มีเวลามาเรียนรู้โปรแกรมของเรา ผู้ใช้มีความต้องการของเค้าอยู่แล้ว เป็นอะไรซื่อๆ ถ้าออกมาดีมากก็ดี ไม่ดีมากก็ไม่เป็นไร อย่าเสียเวลาก็แล้วกัน โปรแกรมประเภทคนี้ก็เช่น iPhoto ผมถือว่าโปรแกรมนี้เป็น fast food ชั้นเยี่ยม มีคนยอมจ่ายราคาแพงแลกอาหารชุดชั้นเลิศ สั่งง่าย กินง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน หรือความสะอาด แถมทำออกมาสวยด้วย แต่จะมาสั่งสุกปานกลาง หรือสุกมาก ไม่ได้นะ มีให้แค่นั้น ถ้าลูกค้าเริ่มจุ๊กจิก อาจจะเพราะเค้าต้องเอาอาหารไปขายต่อ หรือลูกค้าเริ่มต้องการสะดวกในการปรุงอย่างมาก หรือเค้าต้องทำมันทุกวัน วันละมากๆ ตอนนั้นลูกค้าเริ่มรู้สึกคุ้มค่าที่จะเรียนรู้โปรแกรมของเรา แบบว่า "ลองเรียนการใช้งานมันซักอาทิตย์ น่าจะเพิ่มคุณภาพงาน หรือประหยัดเวลาได้" คนกลุ่มนี้ผมเรียกว่า Pro user ครับ โปรแกรมของคนประเภทนี้คือ Aperture โปรแกรมทั้งสองตัวเป็นโปรแกรมสำหรับจัดการรูปภาพเหมือนกัน แต่กลุ่มเป้าหมายต่างกันมาก จะเห็นว่า iPhoto จับกลุ่มตลาด Home user ทั้งหน้าจะมีองค์ประกอบน้อยมาก เวลาเรียนรู้แทบจะเป็นศูนย์ พวก advance feature ถูกซ่อนเอาไว้หมด เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้บ่อย แต่!! ไม่ใช่ว่ากลุ่มเป้าหมาย Home user แล้วจะพัฒนาโปรแกรมได้ง่ายนะครับ โปรแกรมต้องตอบสนองความงี่เง่าทุกรูปแบบ และจำกัดความคิดของผู้ใช้ให้ได้ และทำ feature ที่มีได้เพียงน้อยนิดให้ดีที่สุด อย่างของ iphoto ผมชอบที่มันจัดการรูปเยอะๆ ได้ดีมากๆ (แต่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกว่ามันเป็นข้อดี จนกว่าจะได้ใช้โปรแกรมอื่น) อีกอย่างที่ชอบคือเวลาแต่งรูปมันทำให้สวยง่ายดี ผมพยายามปรับสีใน Aperture อยู่นานมาก สุดท้ายสรุปว่าปรับบน iphoto ทำให้สวยง่ายกว่า สำหรับโปรแกรม Aperture จะเห็นว่าเค้าอุทิศหน้าจอให้กับเครื่องมือตกแต่งรูปภาพล้านแปด แถมยังแสดงรูป thumbnail ไปพร้อมๆ กันด้วย ถึงขนาดยอมให้รูป preview มีขนาดเล็กลงอย่างที่เห็น ที่ต้องเป็นแบบนี้เพราะกลุ่มเป้าหมายคือคนที่แต่งรูปเป็นประจำ และคนกลุ่มนี้คงรำคาญมากถ้าต้องกดปุ่มปิด/เปิดหน้าต่างทุกครั้งที่ต้องการแต่งรูป ผมสรุปว่า "Pro คือกลุ่มคนที่ยินดีที่ ยอมเสียเวลาเรียนรู้โปรแกรมเพื่อให้ผลงานออกมาดีขึ้น" จากข้อสมติฐานนี้ผมอยากบอกว่า นักบัญชีที่ใช้โปรแกรมบัญชี ผ่ายการเงินที่ใช้โปรแกรมออกใบเสนอราคา พวกนี้ถูกจับเข้ากลุ่ม Pro ทั้งนั้นครับ... มีคนบอกผมว่าโปรแกรมสำหรับคนพวกนี้ต้องง่ายๆ โง่ๆ ส่วนหนึ่งก็จริง ยิ่งโปรแกรมง่ายก็ยิ่งดี แต่เวลาเราออกแบบต้องไม่ลืมว่าคนกลุ่มนี้จะใช้โปรแกรมของเราทุกวัน ออกใบเสร็จวันละหลายใบ ปรับแต่งตัวเลขเป็นว่าเล่น แค่ใช้โปรแกรมของเราไปเดือนนึงก็รู้แทบหมดทุกปุ่มแล้ว ถึงช่วงแรกๆ จะยากหน่อย แต่พอใช้ไปเค้าจะเริมคน แล้วเริ่มเรียกร้องมากขึ้น อย่าเอา iPhoto ไปให้ Pro ใช้เชียวนะครับ ถึงตอนแรกเค้าจะคิดว่าง่าย แต่ใช้ไปซักพักคนที่เดือดร้อนคือคนที่พัฒนาโปรแกรม เพราะต้องยัด feature ต่างๆ ลงไปในโปรแกรมที่ไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับให้มี feature ขนาดนั้น ใครบอกว่าโปรแกรมของเราใช้ยาก ก็บอกไปเลยครับว่าโปรแกรมของผมมันของ Pro เค้าใช้กัน :p
blog comments powered by Disqus