วันศุกร์, พฤศจิกายน 28, 2551

วิเคราะห์พื้นที่ใช้งาน Firefox Safari และ Chrome

ผมแบ่งพื้นที่ของ Browser ออกเป็นสองส่วนคือส่วนของ เครื่องมือ เช่น ปุ่ม back ช่องใส่ URL หรือช่อง Search เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งคือส่วน เนื้อหา ที่อยู่ตรงกลาง อยากให้สังเกตว่าแต่ละ Browser ให้ความสำคัญกับความสมดุลของพื้นที่ทั้งสอองไม่เท่ากัน ก่อนหน้านี้พฤติกรรมการใช้ web ของเราจะเน้นการอ่านเอกสาร หรือค้นหาเอกสาร เป็นหลัก การแบ่งพื้นที่ให้กับเครื่องมือยังมีมากอยู่ จนถึงปัจจุบันการใช้งานเว็บจะเป็น Web Application มากขึ้น คนอยู่กับเว็บหน้าเดียวนานขึ้น เช่น หน้า yahoo mail หรือ google docs เป็นต้น ทำให้ความสำคัญของพื้นที่เครื่องมือจึงลดลง จนเป็นประเด็นให้เราต้องมาพูดถึงกัน ทีนี้ลองมาเปรียบเทียบการจัดสมดุลย์ของพื้นที่แต่ละ Browser กัน Firefox และ Safari เกิดมาโดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือการท่องเว็บ ดังนั้นถ้าเทียบตามสัดส่วนนี้จะเห็นว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งจะเป็นของส่วนเครื่องมือ แต่เมื่อพฤติกรรมการใช้งาน Browser เปลี่ยนไปจากที่เราเคยใช้โปรแกรมซึ่งมีพื้นที่ให้เราใช้งานถึง 9 ส่วน ถ้าดูย้อนไปที่ Firefox และ Safari จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนตารางเหลือแค่ครึ่งหน้าจอเท่านั้น ถ้า Google ต้องการแก้ปัญหานี้มีทางเดียวคือการสร้าง Chrome ขึ้นมา ส่วนตัวผมว่าที่สร้าง Chrome มีเหตุผลเรื่อง Usability เป็นหลักเลยล่ะครับ เทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง V8 หรือ Gear คงไม่ใช่เหตุผลที่หนักเท่า ยิ่งตอนที่ขยายเต็มหน้าจอสัดส่วนของ browser จะขยายไปถึง 8 ส่วน เกือบเท่า Application เลยทีเดียว ถ้าลองสังเกต Firefox กับ Safari จะเห็นว่าพื้นที่ส่วน Title bar มีพื้นที่ว่างอย่างมาก และมีข้อความซ้ำกับข้อความใน tab ด้วย ตรงนี้คือจุดที่ Chrome เอามาใช้ลดเนื้อที่ไปได้ 1 ส่วน กับอีกจุดหนึ่งคือ Bookmark bar ที่ถูกเปลี่ยนเป็น Speed dial เหมือนของ Opera ซึ่งพอเริ่มชินจะลืม Bookmark bar ไปเลย บน firefox จะมี Add-ons ชื่อ Fast Dial หามาใช้ได้ครับ แต่หวังว่าคนพัฒนาจะหาทางเพิ่มความเร็วให้ Fast Dial หน่อยเพราะตอนนี้ผมเปิด tab ได้ช้าลง ทำให้การใช้ Fast Dial ไม่ได้ตามจุดประสงค์ ความเร็วเป็น key success ของ feature นี้เลยครับ สิ่งที่ผมชื่นชมคือ Chrome พยายามแก้ปัญหาโดยการหาทางออกใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์มากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัดหรือเพิ่ม feature เข้าใป
blog comments powered by Disqus