วันอังคาร, เมษายน 27, 2553

ข้อเสียของ Cloud Computing

"Dark side of the cloud" แม้ว่าปัจจุบันเราอาจจะยอมรับข้อเสียเหล่านั้นได้ไปแล้ว แต่สำหรับภาคธุรกิจ มันคือสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงและหาทางรับมือไว้ล่วงหน้า

  1. ทุกอย่างขึ้นกับ Internet ทั้งโปรแกรมและเอกสาร ทุอย่างอยู่บน cloud หมดนะครับ แค่ Internet ช้าก็ไม่ต้องทำงานกันแล้ว
  2. Feature น้อย เมื่อเทียบกับ Desktop Application เพราะเครื่องมือในการพัฒนาบน Web เมื่อเทียบกับ Desktop แล้วยังถือว่าแย่มาก (ด้วยข้อจำกัดของ Browser) และจะยังไม่ดีขึ้นจนกว่าจะถึงยุคของ HTML5 (ต้องมี Framework ที่ทำให้เราใช้ HTML5 ได้เต็มที่)
  3. Security เรื่องความปลอดภัยเป็นทั้งจุดออนและจุดเข็งในเวลาเดียวกัน เราต้องยอมรับความจริงว่า ข้อมูลของเราฝากไว้กับคนอื่น ต้องแน่ใจว่าคนนั้นไว้ใจได้ถึงจะเลือกใช้ cloud ของเค้า
  4. ที่อยู่ของ Server เนื่องจากเป็น cloud เราเลยบอกที่อยู่แน่ๆ ของข้อมูลไม่ได้ ยิ่งเป็นบริการที่มี server อยู่ในหลายประเทศ การจะบอกว่าข้อมูลอยู่ในประเทศไหนก็ทำได้ยากขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดขึ้นทันที เพราะรัฐบาลอย่างประเทศไทย หรือแคนาดา ห้ามไม่ให้เก็บข้อมูลของรัฐไว้ในต่างประเทศ เพราะถ้าข้อมูลอยู่ใน server ของสหรัฐ ด้วยกฏหมายของเค้า จะทำให้ US Government สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ทันที
  5. ย้ายผู้ให้บริการได้ยาก ปัจจุบัน ยังไม่มีมาตรฐานในาการทำ cloud หากเราต้องการย้ายไปใช้ cloud ของที่อื่น บางทีอาจจะต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่เลยทีเดียว
Cloud computing ไม่ได้ทำแค่เรื่อง computing อย่างเดียว ไว้ตอนหน้าเรามาคุยว่าเค้าแบ่งมันเป็นกี่ประเภท

Cloud Application Architectures: Building Applications and Infrastructure in the Cloud (Theory in Practice (O'Reilly)) Cloud Computing, A Practical Approach

วันจันทร์, เมษายน 26, 2553

ทำไมต้อง Cloud computing

"Cloud Computer" เป็นคำคุ้นหูสำหรับนักพัฒนาในโลก Online ซึ่งใช้เรียกบริการที่เน้นแก้ปัญหาเรื่องปริมาณเป็นหลัก ทั้งปริมาณของผู้ใช้ ปริมาณของข้อมูล หรือปริมาณของการประมวลผล โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกได้ว่าวินาทีนี้ต้องการใช้งานเท่าใด และสิ่งที่พิสูจน์ความเป็น Cloud คือเมื่อผู้ใช้ต้องการใช้งานมากขึ้น หรือน้อยลงต้องสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการพัฒนาเพิ่มเติม และผู้ใช้ไม่ต้องคำนึงถึงปัญหาทางเทคนิค และปัญหาเรื่องการบำรุงรักษา

ทำไมต้องใช้ Cloud



สำหรับลูกค้า

  1. ราคาถูก บริการที่อยู่บน cloud ควรถูกมากๆ ยกตัวอย่างเช่น gmail เป็นบริการฟรี ในขณะที่เก็บข้อมูลได้มากกว่า 7G หรือ Google App Premier Edition ราคาเพียง 50$ ต่อคน ต่อปี ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับ การซื้อ และดูแล Microsoft Exchange ในระดับ Enterprise
  2. ใช้ง่าย เพราะจ่ายอย่างเดียวครับ ไม่ต้องติดตั้งระบบ ไม่ต้องจ้างผู้เชียวชาญมาดูแล
  3. ใช้ได้หลาย platform มีแค่ Net book มือถือ หรือเข้าไปใช้ Net cafe ก็สามารถใช้บริการได้แล้วโดยไม่จำกัดว่าใช้ OS อะไร ที่สำคัญบริษัทไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่ หรือเครื่องแพงๆ มาใช้ด้วย
  4. ไม่จำกัดสถานที่ เนื่องจาก cloud ไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ที่ใดที่หนึ่ง แต่ข้อมูลจะลอยอยู่ตรงกลาง ดังนั้นผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลเดี๋ยวกันได้จากหลายที่
  5. จ่ายเท่าที่ใช้ เพราะไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ไปก่อน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น เลือกใช้เมื่อไหรก็ได้เหมือนการเช่า และอาจจะดีกว่าเพราะบางครั้งไม่ได้เช่าตามเวลา แต่เช่าตามการใช้งานจริง
  6. ทำงานร่วมกันง่าย เพราะ Internet เปิดอยู่ตลอดเวลา และเอกสารไม่ได้อยู่ในเครื่องของคนใดคนหนึ่งทุกคนเข้าถึงได้พร้อมๆ กัน
สำหรับผู้ประกอบการ
  1. ราคาถูก ในทางธุรกิจ การไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนไปก่อนเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะทำให้สามารถตั้งใจ ใส่ใจ กับธุรกิจของตนเองได้ทันที (เวลาเป็นต้นทุนที่สูงสุด)
  2. เพิ่มโอกาศทางธุรกิจ ตัว cloud เองไม่ใช่ธุรกิจใหม่ แต่ cloud เปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างบริการที่สู้กับบริษัทใหญ่ๆ ได้ โดยไม่ต้องลงทุน หรือลงแรงศึกษา สร้างระบบพื้นฐาน
  3. ปริมาณ เป็นปัญหาของธุรกิจเสมอ ทั้งตอนเริ่มต้นที่ขนาดเล็กเกิดไปลงทุนไม่คุ้ม หรือตอนที่ขนาดใหญ่ขึ้นจนขยายไม่ออก ตัว Cloud แก้ปัญหานี้ไปแล้ว
  4. อัตโนมัติ และปลอดภัย ค่าระบบอัตโนมัติ และค่าความปลอดภัยเป็นของแพงครับ แต่สองสิ่งนี้จะได้มาพร้อมกับ Cloud เพราะ Cloud เป็นของขายดังนั้นมันจึงต้องมี API ให้เราสร้างระบบอัตโนมัติได้
Cloud ไม่ได้มีแต่ข้อดี มันมีข้อเสียที่ร้ายกาจอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ยาวแล้วไว้เขียนต่อตอนหน้าละกัน

Cloud Computing For Dummies SOA Design Patterns (The Prentice Hall Service-Oriented Computing Series from Thomas Erl)