มองวิกฤตการณ์เมืองให้เป็นโอกาส

มองอีกมุมหนึ่งการเมืองตอนนี้ไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นทางบังคับที่ต้องผ่านไปให้ได้ ผมมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของทางบ้าน ที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นของกระแสการเมืองที่รุนแรง การกระตุ้นที่บอกว่า "ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ" ไม่ใช่รอให้ใครข้างบนมาสั่ง หรือปล่อยไปมันก็ดีเอง

ตอนนี้ที่บ้านต่างจังหวัดเริ่มมีการเปลียนแปลงในหน่วยย่อยของสังคม

  • อาจารย์ของราชภัฏเริ่มรู้สึกว่าหน่วยงานเป็นของเรา ไม่ต้องรอให้ผู้บริหารมาสั่ง
  • ครูเริ่มมีส่วนกำหนดความเป็นไปของโรงเรียน ไม่ใช่รอแต่ครู่ใหญ่
  • นักเรียนเริ่มกำหนดสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน ไม่ใช่รอคำสั่งครู
  • เด็กมีความรับผิดชอบในบ้านมากขึ้น ไม่ปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่อย่างเดียว

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ทำให้เกิดความสามัคคีและช่วยกันสร้างสรรค์บ้านเมือง

  • อาจารย์คิดเองเป็นทำงานแบบ parallel เพราะอาจารย์ใกล้ชิดนักศึกษา และสังคมจึงรู้ว่าควรสอนอะไร
  • ครูสามารถปรับปรุงการสอนไปตามความนักเรียน
  • นักเรียนมีส่วนในกิจกรรมของโรงเรียน เพราะรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียน
  • เด็กเก็บขยะในบ้าน เพราะบ้านเป็นของตนเอง

แน่นอนว่ามันกระทบความเชื่อแบบเดิมๆ และจะมีความสงสัยในใจขึ้นมา

  • ผู้บริหารสั่งการอาจารย์ไม่ได้ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
  • ครูใหญ่สั่งแล้ว ครูไม่ยอมทำหรือ
  • นักเรียนไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณครู
  • เด็กถือดี หนีออกจากบ้าน ด่าว่าพ่อแม่

ผมคิดว่ามันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วครับไม่ต้องตั้งคำถามเลย คนพอมีความรู้สึกเป็นเจ้าของก็จะเริ่มมีเสียง เริ่มดื้อ เริ่มหัวเข็ง เมื่อประชาชนของหน่วยย่อยเริ่มเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารของหน่วยย่อยก็ต้องปรับตัวด้วย ไม่ใช่ยังบริหารแบบ "เจ้าขุนมูลนาย" เหมือนเดิม

  • ผู้บริหารรู้ว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของอำนาจ ต้องฟังเสียงของอาจารย์ หากตนเองมีเหตุผลต้องอธิบายให้คนใต้บังคับบัญชาเข้าใจก่อน ถ้าอธิบายไม่ใด้ (เล่นการเมืองไม่เป็น) ก็มาเป็นผู้บริหารไม่ได้
  • ครู่ใหญ่ต้องแถลงนโยบายให้ครูเข้าใจ ไม่ใช่การสั่งงาน
  • ครูต้องรู้จักชักจูงนักเรียนไม่ใช่สั่ง
  • พ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีจากข้างใน ไม่ใช่ดีเพราะทำตามคำสั่ง หรือดีเพราะความกลัว

การคัดผู้บริหารก็จะเปลี่ยนไป การเลือกคู่ของผู้หญิงจะเปลี่ยนไป การเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีในละครทีวีจะเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงจากหน่วยย่อยจะเป็นทางออกของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในยุคหน้าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของหน่วยใหญ่ มีผลสู้การเปลียนแปลงหน่วยย่อยไม่ได้

สิ่งที่อยากเห็นจากวิกฤต์การณ์เมืองครั้งนี้คือให้ประชาชนเห็นว่า ลูกดื้อแพ่งไม่เคารพพ่อแม่ไม่เคารพกติกา จะเป็นแบบการเมืองตอนนี้ ถ้าพ่อแม่ไม่ชี้แจงให้ลูกฟังเอาแต่สั่งงาน ก็จะเป็นแบบการเมืองตอนนี้ และถ้าทุกคนเรียนรู้ประชาธิปไตยก็จะเบ่งบาน

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.